Content on this page requires a newer version of Adobe Flash Player.

Get Adobe Flash player

ปฎิทินกิจกรรม vote & poll จดหมายข่าว
OCSB Intramail
สมัครงานออนไลน์
OCSB Facebook
OCSB Facebook
ระบบชี้นำเตือนภัยอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทราย

ราคาซื้อขายน้ำตาล ตลาดล่วงหน้า

ราคาปิด ณ วันที่ 23 กันยายน 2559
ที่มา : FT COMMODITIES & AGRICULTURE
น้ำตาลทรายขาว นิวยอร์ค No.11
เดือน
+/-
ราคาปิด
ต.ค. 59
0.00
22.13
มี.ค. 60
0.00
22.70
พ.ค. 60
0.00
22.03
ก.ค. 60
0.00
21.26
ต.ค. 60
0.00
20.69
หน่วย : เซ็นต์/ปอนด์
น้ำตาลทรายขาว ลอนดอน No.5
เดือน
+/-
ราคาปิด
ต.ค. 59
0.00
592.20
ธ.ค. 59
0.00
593.90
มี.ค. 60
0.00
585.40
พ.ค. 60
3.00
571.60
ส.ค. 60
0.00
553.10
ต.ค. 60
0.00
541.80
หน่วย : เหรียญสหรัฐ/ตัน
อัตราแลกเปลี่ยน เงินตราต่างประเทศ
ราคาปิด ณ วันที่ 23 กันยายน 2559
ที่มา : ธนาคารแห่งประเทศไทย
selling
telex
bill
USD
34.8381
34.4982
34.4037
EUR
39.2126
38.4385
38.3361
JPY 100
34.6977
33.9252
33.8319
โรงงานน้ำตาล สถาบันชาวอ้อย ระบบงานภูมิสารสนเทศ (GIS) รายงานการผลิตอ้อยและน้ำตาลทราย ขอใช้บริการสารสนเทศ สอน. ระบบสืบค้นข้อมูลการขนย้ายน้ำตาลทราย สอน.ใสสะอาด จรรยาข้าราชการ สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย ข้อมูลข่าวสาร ตาม พรบ. อ้อยและน้ำตาลทราย ศูนย์ปฏิบัติการ สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย KM สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาล ทราย IPA สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาล ทราย คู่มือบริการสำหรับประชาชน ศูนย์รวมข้อมูลเพื่อติดต่อราชการ โครงการว่าจ้างที่ปรึกษา สอน. ข้อมูลการพัฒนาประสิทธิภาพระบบสารสนเทศ สอน. 
ข้อมูลเปิดภาครัฐ
แบบสำรวจพฤติกรรมผู้ใช้อินเตอร์เน็ตในประเทศไทย ปี 2559

แบบสำรวจความคิดเห็นของข้าราชการต่อการมีวินัย

รับแจ้งเหตุร้องเรียนผ่านทางรัฐมนตรีว่ากระทรวงอุตสาหกรรม

คลิกเพื่อดาวน์โหลดใบอนุญาตใช้เมล์คลิกเพื่อดาวน์โหลดคู่มือการติดตั้งใบอนุญาตใช้เมล์
หน้าหลัก > ข่าวเศรษฐกิจอ้อยและน้ำตาล > ข่าวเศรษฐกิจอ้อยและน้ำตาล
ข่าวเศรษฐกิจอ้อยและน้ำตาล

จีนลดนำเข้าน้ำตาลจากไทย 

จีนนำเข้าน้ำตาลจากไทยลดลง เฉพาะ 7 เดือนแรก ปี2555/2556 เหลือเพียง 1.3 แสนตัน เทียบปีก่อนนำเข้าสูงถึง 9.6 แสนตัน ชี้ 7 เดือนแรกปีนี้ทำส่งออกหายไปแล้ว 1.1 ล้านตัน ย้ำระยะยาวไทยได้เปรียบในตลาดเออีซี แม้ไร้กำแพงภาษีกั้น 60% เพราะอยู่ใกล้ตลาดที่สุด 

นายภิรมย์ศักดิ์ สาสุนีย์ ผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ค้าผลผลิตน้ำตาล จำกัด เปิดเผย "ฐานเศรษฐกิจ" ถึงสถานการณ์น้ำตาลส่งออกว่าฤดูการผลิตปี 2555/2556 ที่กำลังจะสิ้นสุดลงในเดือนพฤศจิกายนนี้ว่า ในช่วง 7 เดือนหรือระหว่างเดือนมกราคมถึงเดือนกรกฎาคมเปรียบเทียบปีที่แล้ว ปริมาณน้ำตาลส่งออกลดลงไปแล้วประมาณ 1.1 ล้านตัน หรือมีตัวเลขส่งออกลดลงจากปีที่แล้วที่ 5.9 ล้านตัน ลงมาอยู่ที่ 4.7 ล้านตัน  

เนื่องจากจีนนำเข้าน้ำตาลจากไทยลดลง เมื่อเทียบกับปี 2554/2555 ที่นำเข้าจากไทย 9.6 แสนตัน ขณะที่ในช่วง 7 เดือนแรก ปี 2555/2556 จีนเพิ่งมีการนำเข้าจากไทยเพียง 1.3 แสนตัน และหันไปนำเข้าจากบราซิลมากขึ้น เพราะซื้อได้ในราคาที่ถูกกว่าไทย เนื่องจากค่าเฟดลดลง เพราะนำเข้าในปริมาณที่มาก ทำให้ผู้ส่งออกไทยต้องหันไปส่งออกในตลาดเกาหลีใต้ และซูดาน เป็นการชดเชยตลาดจีนและอิรักได้เพียงบางส่วนเท่านั้น   

ทั้งนี้มองว่าทั้งปีน่าจะยังรักษาระดับการส่งออกรวมไว้ที่ 7 ล้านตันเศษได้ แต่ต้องยอมรับว่าการส่งออกและปริมาณน้ำตาลที่ได้ในฤดูการผลิตไม่สอดคล้องกับปริมาณอ้อย ที่ปีนี้(2555/2556) มีจำนวนอ้อยมากถึง 100 ล้านตันอ้อย สูงกว่าปีที่ผ่านมา แต่ผลผลิตน้ำตาลกลับทำได้เพียง 10 ล้านตันเศษ ถือว่าผลผลิตตกต่ำลง และการส่งออกไม่เติบโต ในขณะที่ตัวเลขบริโภคภายในประเทศเพิ่มขึ้นโดยมีการบริโภคเพิ่มจาก 2.5 ล้านตันปีที่แล้วเป็น 2.66 ล้านตันในปีนี้ โดยเพิ่มขึ้นมาถึง 1.6 แสนตัน เพิ่มขึ้นตามการขยายตัวของอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม   

"การที่ผลผลิตน้ำตาลปี 2555/2556 ไม่ดี เนื่องจากคุณภาพอ้อยบางส่วนไม่ดี และมีช่วงที่ปริมาณน้ำน้อย ทำให้ผลผลิตไม่ดี เพราะเดิมอ้อย 1 ตันจะได้น้ำตาล 100 กิโลกรัม แต่ปีนี้ปริมาณอ้อยมีมากขึ้นแต่กลับได้ปริมาณน้ำตาลเท่าเดิม"   

สำหรับการส่งออกปี 2556/2557 ยังมีความหวังว่าจะมีปัจจัยบวกอยู่บ้าง  หากจีนและอินโดนีเซียอาศัยจังหวะที่ราคาน้ำตาลในตลาดโลกตกต่ำลง ทำการกว้านซื้อน้ำตาลดิบเก็บเพื่อสต๊อกไว้ โดยปัจจุบันอินโดนีเซียเป็นผู้นำเข้าน้ำตาลรายใหญ่ของไทย ปี 2554/2555 นำเข้าจากไทย 1.9 ล้านตัน ปี 2555/2556 เฉพาะนำเข้าในช่วง 7 เดือนแรก 1.6 ล้านตัน คาดว่า ทั้งปีจะยังรักษาระดับเดิมไว้ได้ ส่วนปี 2556/2557 คาดว่าจะนำเข้าจากไทยไม่น้อยกว่าปี 2556   

อย่างไรก็ตามสิ่งที่น่าเป็นห่วงในฤดูการผลิตใหม่คือ ราคาน้ำตาลในตลาดโลกตกต่ำลงจะทำให้ค่าตอบแทนจากการผลิตน้ำตาลน้อยลง หรือมีรายได้น้อยลง ขณะเดียวกันราคาอ้อยปี2556/2557 ก็จะตกต่ำลงด้วยโดยมีราคาไม่ถึง 1 พันบาทต่อตัน ขณะเดียวกันถ้าปริมาณอ้อยเพิ่มขึ้นทะลุ 100 ล้านตัน ก็น่าจะเป็นเรื่องดีสำหรับโรงงานผลิตน้ำตาลที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นทั้งโรงใหม่และโรงเก่าที่ขยายกำลังการผลิต ซึ่งในช่วงที่ผ่านมามีโรงงานน้ำตาลจำนวน 50 แห่ง และอีก 1-2 ปีนับจากนี้ไปจะมีโรงงานน้ำตาลเพิ่มขึ้นอีก   

"รวมทั้งยังมีการจัดโซนนิ่งในการปลูกอ้อยตามนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ทำให้มีพื้นที่ในการปลูกอ้อยมากขึ้น โดยเปลี่ยนพื้นที่ที่เป็นนาดอนมาปลูกอ้อย  เพียงแต่การเติบโตนี้จำเป็นต้องมีการบริหารจัดการด้านโลจิสติกส์ซึ่งรวมทั้งการขนส่งน้ำตาลและการเก็บสต๊อกในคลังสินค้า รวมถึงการนำอ้อยไปผลิตเป็นเอทานอลให้มากขึ้นเพื่อรับความเสี่ยงเมื่อราคาน้ำตาลในตลาดโลกตกต่ำลงมาก"     

สอดคล้องกับที่แหล่งข่าวจากวงการน้ำตาลกล่าวว่า การเตรียมพร้อมนี้จะเป็นการรองรับการขยายตัวของตลาดเอเชีย โดยไทยอยู่ในจุดยุทธศาสตร์ที่ใกล้ตลาดและเป็นผู้นำในตลาดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน(เออีซี)มากที่สุด ทำให้อุตสาหกรรมน้ำตาลได้เปรียบ ถึงแม้จะไม่มีกำแพงภาษีอากรนำเข้ากับประเทศในกลุ่มเออีซีที่ 60% แล้วก็ตาม  แต่ตลาดโซนนี้ก็ยังต้องการใช้น้ำตาลจากประเทศไทย ที่ปัจจุบันก็เป็นผู้ส่งออกน้ำตาลรายใหญ่ในโซนนี้อยู่แล้ว 

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับวันที่ 5 กันยายน 2556

สร้างโดย : damrong วันที่สร้าง : 05/09/2556
กลับไปยังหน้าหลัก