Content on this page requires a newer version of Adobe Flash Player.

Get Adobe Flash player

ปฎิทินกิจกรรม vote & poll จดหมายข่าว
OCSB Intramail

ราคาซื้อขายน้ำตาล ตลาดล่วงหน้า

ราคาปิด ณ วันที่ 30 กันยายน 2557
ที่มา : FT COMMODITIES & AGRICULTURE
น้ำตาลทรายขาว นิวยอร์ค No.11
เดือน
+/-
ราคาปิด
ต.ค. 57
-0.18
15.48
มี.ค. 57
-0.35
16.45
พ.ค. 58
-0.29
16.69
ก.ค. 58
-0.26
16.92
ต.ค. 58
-0.23
17.35
หน่วย : เซ็นต์/ปอนด์
น้ำตาลทรายขาว ลอนดอน No.5
เดือน
+/-
ราคาปิด
ต.ค. 57
-9.80
422.30
ธ.ค. 57
-9.00
434.60
มี.ค. 58
-8.70
443.80
พ.ค. 58
-7.20
453.10
ส.ค. 58
-4.90
461.90
ต.ค. 58
-2.90
471.40
หน่วย : เหรียญสหรัฐ/ตัน
อัตราแลกเปลี่ยน เงินตราต่างประเทศ
ราคาปิด ณ วันที่ 30 กันยายน 2557
ที่มา : ธนาคารแห่งประเทศไทย
selling
telex
bill
USD
32.5161
32.2304
32.1376
EUR
41.3681
40.7695
40.6624
JPY 100
29.8871
29.3162
29.2317
โรงงานน้ำตาล สถาบันชาวอ้อย ระบบงานภูมิสารสนเทศ (GIS) สารสนเทศเพื่อการผลิตอ้อย ขอใช้บริการข้อมูล GIS ระบบสืบค้นข้อมูลการขนย้ายน้ำตาลทราย สอน.ใสสะอาด จรรยาข้าราชการ สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย ข้อมูลข่าวสาร ตาม พรบ. อ้อยและน้ำตาลทราย ศูนย์ปฏิบัติการ สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย KM สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาล ทราย IPA สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาล ทราย โครงการว่าจ้างที่ปรึกษา สอน. ข้อมูลการพัฒนาประสิทธิภาพระบบสารสนเทศ สอน.
แบบสำรวจเพื่อการวินิจฉัยองค์กร7
หน้าหลัก > ข่าวเศรษฐกิจอ้อยและน้ำตาล > ข่าวเศรษฐกิจอ้อยและน้ำตาล
ข่าวเศรษฐกิจอ้อยและน้ำตาล

ผ่าทางตันน้ำตาลตลาดโลก 

สถานการณ์ราคาน้ำตาลดิบในตลาดโลกขณะนี้ถือว่าอยู่ในจังหวะขาลง ราคาอ่อนตัวอยู่ในระดับเฉลี่ยที่ 17-18 เซนต์ต่อปอนด์ ไม่ได้ดีดตัวแรงเหมือนเดือนกุมภาพันธ์ปี2554 

ที่ทุบสถิติสูงสุดที่ 36.08 เซนต์ต่อปอนด์ วงการน้ำตาลตั้งข้อสังเกตว่าราคาน้ำตาลดิบจะไม่ดิ่งลงต่ำกว่า 15 เซนต์ต่อปอนด์ เพราะไม่เช่นนั้นแล้วผู้ผลิตรายใหญ่อย่างบราซิลจะนำน้ำตาลไปผลิตเป็นเอทานอลมากขึ้นเพราะได้ราคาจูงใจกว่า     

นอกจากราคาตลาดโลกที่หล่นลงฮวบฮาบแล้ว เงินบาทที่แข็งค่าต่อเนื่องก็ยังเป็นอุปสรรค ต่อการส่งออกน้ำตาล โดยเฉพาะปริมาณน้ำตาลที่ยังไม่ได้กำหนดราคาขายล่วงหน้า ยังไม่นับรวมถึงปัญหาภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นอีก 

ทั้งหมดนี้นายสมศักดิ์ สุวัฒิกะ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) ต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหาทางออก และเขาเปิดใจผ่าน "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ผลกระทบเหล่านี้ถือเป็นหน้าที่และภารกิจที่สำคัญ ซึ่งช่วง4 เดือนที่เข้ามารับตำแหน่งเลขาธิการ สอน. ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่ท้าทาย เพราะอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลเกิดการเปลี่ยนแปลงและมีปัญหามาตลอด ต้องเผชิญกับปัญหารอบตัว ทั้งภัยแล้ง ค่าเงิน ราคาตลาดโลก ทำให้โรงงานน้ำตาลและชาวไร่อ้อยต่างตื่นตัววิตกว่าจะเกิดภาวะขาดทุนได้  เวลาส่วนใหญ่จึงหมดไปกับการแก้ปัญหา เพราะจะต้องมานั่งคุยกัน เป็นการเปิดเวทีเจรจากันโดยเฉพาะเรื่องราคาอ้อยที่ชาวไร่ได้รับ  

มิ.ย. เบิกจ่าย 160 บาทต่อตันอ้อย   

ยกตัวอย่าง กรณีที่ราคาอ้อยเบื้องต้นปี2555/2556 ของชาวไร่บวกค่าภัยแล้งแล้วอยู่ที่  1,196 บาทต่อตันอ้อย แต่การคำนวณราคาต้นทุนของภาคราชการหรือสอน. ที่เวลาคำนวณราคาต้นทุนอ้อยและน้ำตาลจะดูองค์ประกอบจากราคาน้ำตาลทรายดิบในตลาดโลก ดูอัตราแลกเปลี่ยน รวมถึงปริมาณผลผลิตอ้อยที่ตั้งไว้ที่ 94.4 ล้านตันอ้อย แล้วมาคำนวณปรากฏว่าได้ราคาอ้อยเบื้องต้นที่ 950 บาทต่อตันอ้อย ซึ่งชาวไร่ให้เหตุผลว่ายังเป็นราคาที่ต่ำกว่าราคาที่ชาวไร่ลงทุนไปแล้ว   

ปัญหาที่ผ่านมาจึงมีการเดินขบวนเรียกร้องให้เพิ่มค่าอ้อยอีก 250 บาทต่อตันอ้อย สุดท้ายมติครม.ก็พิจารณาให้การช่วยเหลือโดยเพิ่มค่าอ้อยให้อีก 160 บาทต่อตันอ้อย ที่กองทุนอ้อยและน้ำตาล (กท.) จะไปกู้ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เท่ากับว่าค่าอ้อยเบื้องต้นจะอยู่ที่ 1,110 บาทต่อตัน ชาวไร่ก็น่าจะอยู่ได้ ทั้งหมดนี้ผ่านมติครม.ไปแล้ว แต่ยังไม่มีผลใช้ คาดว่าภายในเดือนพฤษภาคมนี้เรื่องจะเข้าพิจารณาในบอร์ด ธ.ก.ส. และน่าจะเบิกจ่ายได้ราวเดือนมิถุนายนนี้ตามลำดับ   

สำหรับปริมาณอ้อยที่มีเป็นจำนวนมากจนสูงกว่าตัวเลขที่คาดการณ์ไว้นั้น ล่าสุดฤดูการผลิตอ้อยปี2555/2556 ค่อนข้างชัดเจนแล้วว่า มีปริมาณอ้อยสูงถึง 99.8-100 ล้านตันอ้อย จากเดิมคาดการณ์ว่าประมาณ 94 ล้านตันอ้อย และพบว่าขณะนี้มีจำนวนไร่อ้อยเพิ่มขึ้นจาก 9 ล้านไร่เพิ่มเป็น 10 ล้านไร่ สาเหตุที่เพิ่มขึ้นเพราะเกิดแรงจูงใจด้านราคาอ้อยในช่วง3 ปีที่แล้วที่ราคาในตลาดโลกดีดตัวสูงขึ้นแรง และทุกครั้งที่มีปัญหาราคาอ้อยตกต่ำก็จะได้รับการช่วยเหลือมาตลอด ชาวไร่จึงมั่นใจว่าปลูกอ้อยจะดีกว่าพืชเกษตรอื่น เพราะเป็นพืชชนิดเดียวที่กฎหมายรองรับ บวกกับราคาน้ำตาลต้องอาศัยกลไกตลาดโลก คนจึงนิยมปลูกอ้อยมากขึ้น 

รับปริมาณอ้อยมากแต่ราคาไม่ดี   

ส่วนที่มองว่าปีนี้ปริมาณอ้อยมีมากขึ้นน่าจะได้ราคาดีนั้น ยอมรับว่าปริมาณอ้อยมากขึ้นก็จริง แต่ปีนี้คุณภาพอ้อยตกต่ำลงดูจาก ค่าความหวานไม่ถึง12ซีซีเอส ขณะที่ผลผลิตน้ำตาลตกต่ำกว่าปีที่แล้ว ที่ผลิตอ้อยได้ 97.9 ล้านตันอ้อยแต่ผลิตน้ำตาลได้ถึง 10.30 ล้านตันน้ำตาล ปีนี้ (2555/2556) มีปริมาณอ้อย 99.8-100 ล้านตันอ้อย แต่ผลิตน้ำตาลได้เพียง 10.01 ล้านตันน้ำตาลทั้งที่มีปริมาณอ้อยเพิ่มขึ้น   

จากปัญหาดังกล่าวนี้สอน.จำเป็นต้องลงไปสำรวจข้อเท็จจริงว่าเกิดอะไรขึ้น เพื่อเก็บข้อมูลแล้วมาหาทางออกร่วมกัน 

เครื่องดื่มโตแรงดันโควตาก.เพิ่ม   

สำหรับกรณีปีนี้น้ำตาลโควตา ก. (สำหรับบริโภคในประเทศ) เพิ่มขึ้นต่อเนื่องจาก 23 ล้านกระสอบเพิ่มเป็น 24 ล้านกระสอบ และล่าสุดเพิ่มเป็น 25 ล้านกระสอบ เท่ากับเพิ่มขึ้น2แสนกระสอบ (กระสอบละ100กิโลกรัม) หรือ 2 ล้านตันนั้น มี สาเหตุที่การบริโภคในประเทศขยายตัวเกิดจากที่มีโรงงานผลิตเครื่องดื่ม เช่น น้ำอัดลมยี่ห้อ "เอส" และ "บิ๊กโคล่า" รวมถึงการขยายตัวของเครื่องดื่มประเภทชาเขียว เช่น อิชิตัน โออิชิ  และการขยายตัวของตลาดผลไม้กระป๋อง โดยคนนิยมบริโภคมากขึ้นเพราะอากาศร้อนมากในปีนี้ และปริมาณการใช้น้ำตาลในประเทศน่าเพียงพอแล้วโดยปีนี้น่าจะคงที่อยู่ที่ 2.5 ล้านตัน หรือ 25 ล้านกระสอบ   

ล่าสุดกระทรวงอุตสาหกรรมได้ตั้งคณะทำงานพิจารณาผลการศึกษาโครงการศึกษาวิจัยแนวทางการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลของไทย จากสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) เพื่อไปพิจารณาว่าจะใช้ผลการศึกษาส่วนไหนของทีดีอาร์ไอได้บ้าง ซึ่งขณะนี้มีหลายส่วนที่น่าสนใจ เช่น เรื่องการลอยตัวราคาน้ำตาล โดยที่ยังคงระบบแบ่งปันผลประโยชน์ไว้ แต่ยังติดปัญหาที่กระทรวงพาณิชย์มองว่าน้ำตาลเป็นสินค้าควบคุม   

รวมถึงการศึกษาให้ปรับเปลี่ยนการคำนวณราคาอ้อยจากที่เป็นน้ำตาลทรายดิบอย่างเดียวก็ให้เป็นน้ำตาลทรายขาว 50% และน้ำตาลทรายดิบ 50% จากเดิมที่ไม่มีการนำทรายขาวไปคำนวณด้วย เพราะที่ผ่านมาโควตา ข. (โควตาส่งออก) จะให้บริษัทอ้อยและน้ำตาลทราย (อนท.) ขาย ดังนั้นถ้ามีการคำนวณราคาโดยมีน้ำตาลทรายขาวด้วย ก็จะดีต่อราคาอ้อยต่อตัน ทำให้ราคาต้นทุนอ้อยดีขึ้น เพราะราคาน้ำตาลทรายขาวในตลาดโลกจะสูงกว่าน้ำตาลทรายดิบ      

นอกจากนี้ทีดีอาร์ไอยังกำหนดอีกว่าโรงงานน้ำตาลทุกแห่งจะต้องมีประสิทธิภาพในการผลิตได้ถึง 90% เป็นการกระตุ้นให้โรงงานที่มีประสิทธิภาพการผลิตต่ำสามารถทำได้ดีขึ้น ยกตัวอย่างเช่น โรงงาน A มีขีดความสามารถในการผลิตได้ 100% แต่ทำได้เพียง70-80% เท่านั้น หากผลผลิตออกมาน้อยพอไปคำนวณราคาชาวไร่ก็จะได้เงินน้อย คาดว่าคณะทำงานชุดดังกล่าวจะเริ่มประชุมภายในเดือนพฤษภาคมนี้ 

ฤดูผลิตใหม่ผลผลิตต้องดีขึ้น   

อย่างไรก็ตามสำหรับฤดูการผลิตปี 2556/2557 ที่จะเริ่มเปิดหีบได้ราวเดือนตุลาคม หรือเดือนพฤศจิกายนของทุกปีจะรับมืออย่างไรถ้าบาทยังแข็งค่าต่อเนื่องนั้น ถ้ามองในแง่ผู้ประกอบการโรงงานน้ำตาลส่วนใหญ่จะทำราคาขายล่วงหน้าไปแล้ว และประกันความเสี่ยงค่าเงินไว้แล้ว ส่วนรายที่ยังไม่ได้กำหนดราคาขายล่วงหน้าอาจจะกระทบบ้าง และในแง่ของสอน. ก็ต้องการให้ราคาน้ำตาลสูงขึ้นเพื่อที่ชาวไร่จะได้ราคาอ้อยดี แต่ก็ทำได้ยากเพราะเราไม่สามารถไปไปควบคุมราคาตลาดโลกได้   

นอกจากนี้ปี 2556/2557 สอน.จะต้องไปดูว่า 10 ล้านไร่ที่ปลูกอ้อยจะทำอย่างไรให้ได้ผลผลิตสูงสุดรวมถึงดูประสิทธิภาพของโรงงานผลิตน้ำตาลว่าควรจะทำอย่างไรจึงจะรองรับการผลิตได้เต็มที่จากปริมาณอ้อยที่เพิ่มขึ้นมากในขณะนี้ โดยทุกส่วนที่เกี่ยวข้องจะต้องทำให้ผลผลิตอ้อยและน้ำตาลดีขึ้น 

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับวันที่ 4 พฤษภาคม 2556

สร้างโดย : damrong วันที่สร้าง : 04/05/2556
กลับไปยังหน้าหลัก