ปฎิทินกิจกรรม vote & poll จดหมายข่าว
OCSB Intramail
OCSB Facebook    OCSB Youtube
OCSB Twitter
เดือน กันยายน 2562
ขาวธรรมดา
16.26
ขาวบริสุทธิ์
17.49
หน่วย : บาท/กิโลกรัม
ระบบงานส่งออกน้ำตาลทราย
ระบบงาน
ระบบงาน นำเข้า-ส่งออก ผ่าน NSW
ระเบียบการนำเข้าและส่งออกน้ำตาลทราย
ข้อมูลอุตสาหกรรมชีวภาพ
ร้องเรียน
รับแจ้งซ่อม

ราคาซื้อขายน้ำตาล ตลาดล่วงหน้า

ราคาปิด ณ วันที่ 14 มิถุนายน 2564
ที่มา : FT COMMODITIES & AGRICULTURE
น้ำตาลทรายขาว นิวยอร์ค No.11
เดือนส่งมอบ
+/-
ราคาปิด
ก.ค. 64
-0.25
17.29
ต.ค. 64
-0.28
17.39
มี.ค. 65
-0.28
17.61
พ.ค. 65
-0.27
16.76
ก.ค. 65
-0.22
16.19
หน่วย : เซนต์/ปอนด์
น้ำตาลทรายขาว ลอนดอน No.5
เดือนส่งมอบ
+/-
ราคาปิด
ส.ค. 64
-2.80
448.50
ต.ค. 64
-3.30
456.50
ธ.ค. 64
-4.90
461.70
มี.ค. 65
-5.20
466.10
พ.ค. 65
-5.10
459.50
ส.ค. 65
-4.90
453.30
หน่วย : เหรียญสหรัฐ/ตัน
อัตราแลกเปลี่ยน เงินตราต่างประเทศ
ราคาปิด ณ วันที่ 14 มิถุนายน 2564
ที่มา : ธนาคารแห่งประเทศไทย
selling
telex
bill
USD
31.2985
30.9335
30.8394
EUR
38.0474
37.2537
37.1365
JPY 100
28.7450
27.9866
27.8877


รับแจ้งเหตุร้องเรียนผ่านทางรัฐมนตรีว่ากระทรวงอุตสาหกรรม

ชมรมอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สอน.


คลิกเพื่อดาวน์โหลดใบอนุญาตใช้เมล์คลิกเพื่อดาวน์โหลดคู่มือการติดตั้งใบอนุญาตใช้เมล์
หน้าหลัก > สถานการณ์ต่างประเทศ > สถานการณ์ต่างประเทศ
สถานการณ์ต่างประเทศ

                               สรุปสถานการณ์ตลาดน้ำตาลโลกประจำสัปดาห์
                                         ระหว่างวันที่ 3-7 พฤษภาคม 2564


          ตลาดน้ำตาลทรายดิบนิวยอร์คประจำสัปดาห์นี้ (3-7 พฤษภาคม 2564) ซึ่งเป็นสัปดาห์ที่ 18 ของปี 2564 ราคาน้ำตาลทรายดิบได้เคลื่อนไหวผันผวน ก่อนที่จะปิดตลาดครั้งสุดท้ายด้วยราคาที่สูงขึ้นเมื่อเทียบกับการรายงานสัปดาห์ก่อน โดยในช่วงต้นสัปดาห์ราคาน้ำตาลลดลง จากสัญญาณการผลิตน้ำตาลที่เพิ่มขึ้นในอินเดีย โดยสมาคมโรงงานน้ำตาลของอินเดียรายงานว่า ผลผลิตน้ำตาลของอินเดียในช่วงวันที่ 1 ตุลาคม 2563 - 30 เมษายน 2564 เพิ่มขึ้น 16% เป็น 29.92 ล้าน จากเดิมที่ 25.81 ล้านตัน ในปีก่อนหน้าเนื่องจากผลผลิตและการหีบอ้อยเพิ่มขึ้น หลังจากนั้นราคาน้ำตาลมีการปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องจนถึงช่วงปลายสัปดาห์ ขึ้นไปแตะระดับสูงสุดในรอบ 2 เดือน ที่ 17.89 เซนต์ เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม ก่อนที่ปรับตัวลดลงเล็กน้อยในวันสุดท้ายของสัปดาห์ โดยปัจจัยหลักที่หนุนราคาน้ำตาลยังคงเป็นความกังวลเกี่ยวกับผลผลิตน้ำตาลในตลาดโลกที่คาดว่าจะลดลงทั้งในบราซิลและยุโรป

          ราคาน้ำตาลตามสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเดือนกรกฎาคม 2564 เคลื่อนไหวอยู่ระหว่าง 16.69-17.89 เซนต์ และปิดตลาดครั้งสุดท้ายที่ 17.49 เซนต์ เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อน 0.51 เซนต์ หรือ 3.00% และราคาน้ำตาลตามสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเดือนตุลาคม 2564 เคลื่อนไหวอยู่ระหว่าง 16.65-17.81 เซนต์ และปิดตลาดครั้งสุดท้ายที่ 17.56 เซนต์ เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อน 0.70 เซนต์ หรือ 4.15%

                                                      ตลาดน้ำตาลนิวยอร์ค หมายเลข 11 (เซนต์/ปอนด์)

เดือนกำหนดราคา

ราคาสูงสุด

ราคาต่ำสุด

ราคาปิดเมื่อวันที่
30 เมษายน 2564

ราคาปิดเมื่อวันที่
7 พฤษภาคม 2564

เปลี่ยนแปลง
เพิ่ม (+), ลด (-)

กรกฎาคม 2564

17.89

16.69

16.98

17.49

+0.51

ตุลาคม 2564

17.81

16.65

16.86

17.56

+0.70

มีนาคม 2565

17.68

16.69

16.81

17.56

+0.75

พฤษภาคม 2565

16.77

15.88

15.89

16.67

+0.78

กรกฎาคม 2565

16.15

15.40

15.39

16.07

+0.68

ตุลาคม 2565

15.85

15.11

15.16

15.79

+0.63

มีนาคม 2566

15.83

15.11

15.21

15.77

+0.56

พฤษภาคม 2566

14.96

14.29

14.38

14.91

+0.53

กรกฎาคม 2566

14.32

13.71

13.83

14.30

+0.47

ตุลาคม 2566

14.00

13.43

13.58

13.99

+0.41

มีนาคม 2567

14.00

13.50

13.65

14.00

+0.35


ข่าวที่สำคัญ
          วันที่ 7 พฤษภาคม 2564 แหล่งข่าวในตลาดรายงานว่า สัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำตาลทรายดิบตลาดนิวยอร์คลดลงเหลือ 17.47 เซนต์/ ปอนด์ เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม เนื่องจากตลาดคาดว่าอาจมีการเทขายได้ในเร็วๆนี้ โดยส่วนต่างที่ลดลงระหว่างสัญญาเดือนกรกฎาคมถึงเดือนตุลาคม ราคาคาดว่าจะอยู่ในแนวรับที่ 17.20 เซนต์/ปอนด์อย่างไรก็ตามเนื่องจากผลผลิตในบราซิลลดลง การคาดการณ์โดยเฉลี่ยของ บริษัท 21 แห่ง สำหรับผลผลิตอ้อยปี 2564/2565 ในภาคกลาง-ใต้ของบราซิล ปัจจุบันอยู่ที่ 577.12 ล้านตัน ลดลง 4.68% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ขณะเดียวกัน UNICA ตั้งข้อสังเกตว่า 90% ของอ้อยในเซาเปาโลจะประสบปัญหาการขาดน้ำ ขณะที่ JOB Economia กล่าวว่า ผลผลิตอ้อยอาจลดลง 7%

          วันที่ 7 พฤษภาคม 2564 ในเดือนเมษายนดัชนีราคาอาหารของ FAO ขึ้นสู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2557 เนื่องจากในปีนี้ราคาน้ำตาลสูงขึ้น 60% FAO อ้างถึงความเสียหายของผลผลิตอ้อยและบีทในบราซิลและฝรั่งเศสว่าเป็นสาเหตุของราคาน้ำตาลที่พุ่งสูงขึ้น ด้าน Kraft Heinz และ Mondelez International กล่าวว่า ต้นทุนในการผลิตน้ำตาลที่สูงขึ้นอาจส่งผลกระทบต่อกำไร ขณะที่ Kellog แสดงความคิดเห็นในทำนองเดียวกัน แต่ตั้งข้อสังเกตว่า ความต้องการขนมขบเคี้ยวยังคงอยู่ในระดับสูงแม้ว่ามาตรการ Lockdown โคโรนาไวรัสจะผ่อนคลายลงแล้ว

          วันที่ 6 พฤษภาคม 2564 Datagro คาดการณ์น้ำตาลเกินดุลทั่วโลกในปี 2564/2565 ไว้ที่ 2.74 ล้านตัน (ตุลาคม 2564 - กันยายน 2565) จากที่ขาดดุล 1.51 ล้านตัน ในปีก่อน เนื่องจากผลผลิตที่เพิ่มขึ้นในไทยและรัสเซีย จะชดเชยผลผลิตที่ลดลงในบราซิลและยุโรป ทางด้าน Commerzbank เห็นด้วยว่าราคาน้ำตาลไม่น่าจะเพิ่มขึ้นถึงระดับที่เคยเห็นเมื่อต้นปี แต่ยังคงเพิ่มการคาดการณ์ราคาสำหรับไตรมาสที่ 4 อยู่ที่ 16 เซ็นต์/ปอนด์

          วันที่ 4 พฤษภาคม 2564 ตัวเลขการผลิตน้ำตาลล่าสุดของอินเดียสร้างแรงกดดันต่อราคาน้ำตาลในนิวยอร์คในวันที่ 3 พฤษภาคม แม้ว่านักวิเคราะห์จำนวนมากจะลดประมาณการณ์ผลผลิตในภาคกลาง-ใต้ของบราซิลไปแล้วก็ตาม ราคาน้ำตาลในตลาดนิวยอร์กคาดว่าจะอยู่ในช่วง 16-18 เซนต์/ปอนด์ ตามการวิเคราะห์จาก Marex Spectron และอธิบายว่า ราคาน้ำตาลต่ำกว่า 16 เซนต์/ปอนด์ บราซิลจะผลิตน้ำตาลน้อยกว่าเอทานอล และหากราคาน้ำตาลสูงกว่า 18 เซนต์/ปอนด์ อินเดียจะส่งออกโดยไม่ต้องมีเงินอุดหนุน

          วันที่ 3 พฤษภาคม 2564 น้ำตาลทรายดิบตลาดนิวยอร์คหมายเลข 11 ตามสัญญาเดือนพฤษภาคม2564 สิ้นสุดระยะเวลาการ ซื้อขายเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2564 ปรากฎว่ามีการส่งมอบน้ำตาลต่อตลาดเป็นจำนวน 11,351 ล็อต หรือประมาณ 576,631 ตัน โดยมีบริษัทรับมอบน้ำตาลได้แก่ Louis Dreyfus 10,151 ล็อต (515,671 ตัน) และ Honors Comm 1,200 ล็อต (60,960 ตัน) ส่วนผู้ส่งมอบได้แก่ Raizen 5,540 ล็อต (281,432 ตัน), Viterra 1,822 ล็อต (92,558 ตัน), Sucden 1,429 ล็อต (72,593 ตัน), Tereos 1,378 ล็อต (70,002 ตัน), Czarnikow 1,083 ล็อต (55,016 ตัน) และ Man 99 ล็อต (5,029 ตัน) โดยเป็นน้ำตาลจากบราซิล 11,252 ล็อต (571,601 ตัน) และ นิการากัว 99 ล็อต (5,029 ตัน)

          วันที่ 3 พฤษภาคม 2564 การสิ้นสุดสัญญาเดือนพฤษภาคมของน้ำตาลตลาดนิวยอร์ค พบว่ามีการส่งมอบน้ำตาลประมาณ 575,000 ตัน ส่วนใหญ่เป็นน้ำตาลที่ส่งออกโดยบราซิล แหล่งข่าวกล่าวว่า Louis Dreyfus เป็นผู้รับน้ำตาลรายใหญ่ที่สุด และ Raizen เป็นผู้ส่งมอบรายใหญ่ที่สุด ปริมาณดังกล่าวเป็น 1 ใน 4 ของการส่งมอบของเดือนพฤษภาคม ซึ่ง Traders ให้เหตุผลว่า เนื่องจากการเก็บเกี่ยวที่ล่าช้าในภาคกลาง-ใต้ของบราซิล

อเมริกาใต้
          วันที่ 6 พฤษภาคม 2564 Datagro คาดการณ์ว่าในปี 2564/2565 บราซิลจะเก็บเกี่ยวผลผลิตอ้อยได้ 623 ล้านตัน ซึ่งในจำนวนนี้ได้รวมผลผลิต 572 ล้านตัน ในภาคกลาง-ใต้ของบราซิลด้วย ส่งผลให้ผลผลิตน้ำตาลอยู่ที่ 36.3 ล้านตัน และเอทานอลจากอ้อย 28.4 พันล้านลิตร เนื่องจากโรงงานจะเพิ่มการผลิตน้ำตาลให้ได้สูงสุดขณะที่การผลิตเอทานอลจากข้าวโพดจะสูงถึง 3.4 พันล้านลิตร เพิ่มขึ้น 33% ทางด้าน Pecege คาดว่าการผลผลิตอ้อยในภาคกลาง-ใต้ของบราซิลจะอยู่ที่ 580 ล้านตัน ขณะเดียวกันเดือนมีนาคมและเมษายนเป็นเดือนที่แห้งแล้งที่สุดเป็นอันดับ3 ในช่วง 100 ปีที่ผ่านมา ส่งผลให้บริษัทต่างๆลดแนวโน้มการผลิตในภูมิภาคนี้มากขึ้น ส่วนทางด้าน Usina Alta Mogiana คาดว่าจะมีน้ำตาลและเอทานอลเพียงพอที่จะรองรับต่อความต้องการ แต่ได้เตือนว่าต้นทุนการผลิตจะเพิ่มขึ้น

          วันที่ 6 พฤษภาคม 2564 ผู้เชี่ยวชาญของ Esalq / USP คาดการณ์ว่าผลผลิตอ้อยส่วนใหญ่ในภาคกลาง-ใต้ของบราซิลจะได้รับความเสียหาย 30% แม้ว่าจะมีฝนตกลงมาในเดือนพฤษภาคมก็ตาม ซึ่งสูงกว่าการคาดการณ์ของตลาดที่คาดว่าจะได้รับความเสียหายประมาณ 6-10% ขณะที่ Trader รายหนึ่งในเซาเปาโลกล่าวว่าสภาวะแห้งแล้งนี้จะยาวนานจนถึงเดือนมิถุนายน ทำให้ผลผลิตอ้อยลดลงเหลือ 560-570 ล้านตัน การคาดการณ์ผลผลิตในช่วงครึ่งแรกเดือนพฤษภาคมอยู่ที่ 93% และครึ่งหลังของเดือนพฤษภาคมจะต่ำกว่าปกติ 12% ตามข้อมูลของ S&P Global Platts ทั้งนี้ Esalq / USP ยังตั้งข้อสังเกตอีกว่า การคาดการณ์นี้เผื่อไว้สำหรับสภาพอากาศที่แห้งแล้งมากขึ้น

          วันที่ 5 พฤษภาคม 2564 Inmet คาดการณ์ว่าบราซิลจะเจออากาศแห้งแล้งในตอนกลางของภาคตะวันตกและทางตอนใต้ไปอีก 10 วัน ทาง S&P Global Platts ประมาณการณ์ว่าผลผลิตข้าวโพดจะลดลงจากภัยแล้ง ส่วนทางสภาบัน Mato Grosso Institute of Agricultural Economics (Imea) ได้ลดผลผลิตข้าวโพดลงเหลือ 34.6 ล้านตัน จาก 35 ล้านตัน

          วันที่ 4 พฤษภาคม 2564 ในเดือนเมษายนบราซิลส่งออกน้ำตาลและโมลาส 1.9 ล้านตัน ลดลง 3.6% จากเดือนก่อน แต่เพิ่มขึ้น 25.7% จากช่วงเวลาเดียวกันกับปีที่แล้ว ทำให้การส่งออกในปีนี้อยู่ที่ 7.7 ล้านตัน ซึ่งเพิ่มขึ้น 32% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ประเทศในอาหรับและเอเชียซื้อน้ำตาลมากที่สุดในไตรมาสแรก ตามข้อมูลของ Safras & Mercado ผู้นำเข้ารายใหญ่ที่สุดในแง่ของมูลค่าคือ บังกลาเทศ และตามมาด้วยอินโดนีเซีย

          Marex Spectron ตั้งข้อสังเกตว่า ท่าเรือซานโตสอาจมีน้ำตาลที่กำลังจะส่งออก 2.4 ล้านตัน อย่างที่เคยเห็นในเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว

          วันที่ 4 พฤษภาคม 2564 StoneX ลดการคาดการณ์ผลผลิตอ้อยในภาคกลาง-ใต้ของบราซิลจาก 586 ล้านตัน เหลือ 567-578 ล้านตัน เนื่องจากสภาพแห้งแล้ง ผลผลิตน้ำตาลยังคงแทบจะไม่เปลี่ยนแปลงที่ 36 ล้านตัน เนื่องจากโรงงานจะทำงานได้ต่ำกว่ากำลังการผลิต และขยายฤดูกาลเพื่อผลิตน้ำตาลให้มากขึ้น Job Economia ตั้งเป้าผลผลิตอ้อยไว้ที่ 576.4 ล้านตัน และผลผลิตน้ำตาลที่ 37.2 ล้านตัน และเอทานอล 24.5 พันล้านลิตร โดยตกลงกันว่าการสูญเสียการผลิตจะส่งผลกระทบต่อเอทานอลเป็นหลัก

          วันที่ 3 พฤษภาคม 2564 หัวหน้าของ Archer Consulting ระบุว่า เมื่อสัปดาห์ที่แล้วการซื้อจากกองทุนตามรายงาน COT ล่าสุดแสดงให้เห็นว่า การถือตั๋วซื้อหายไปกว่า 30,000 ล็อต นอกจากนี้ยังกว่าวว่ามีกำลังขายที่จำกัด แต่ช่วงห่างของราคาไม่ได้ชี้ให้เห็นถึงปัญหาการขาดแคลนน้ำตาลจริง ตลาดยอมรับว่ามีความเสี่ยงในแง่ของอุปทานจากบราซิล แต่การส่งออกที่สูงขึ้นจากอินเดียและไทยน่าจะชดเชยได้

          ราคาไฮดรัสหน้าโรงงานในเซาเปาโล ประเทศบราซิลลดลง 0.59% ในสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 30 เมษายน ในขณะที่แอนไฮดรัสเพิ่มขึ้น 0.37% ตามข้อมูลของ Cepea / Esalq ส่วนราคาไฮดรัสในปั๊มเพิ่มขึ้น 2.5% ในขณะที่น้ำมันเบนซินเพิ่มขึ้น 0.44% ตามข้อมูลของ ANP  สำหรับภาพรวมในเดือนเมษายน ไฮดรัสราคาเพิ่มขึ้น 0.72% และน้ำมันเบนซินราคาเพิ่มขึ้น 0.25%

          วันที่ 4 พฤษภาคม 2564 กระทรวงเกษตรของสหรัฐฯ USDA คาดว่า ในปี 2564/2565 อาร์เจนตินาจะผลิตน้ำตาลได้ 1.55 ล้านตัน ลดลงจาก 1.83 ล้านตัน จากปีก่อนหน้า ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากภัยแล้ง การส่งออกจะลดลงจาก 240,000 ตัน เหลือ 220,000 ตัน ในขณะเดียวกันหัวหน้าของ Compania Azucarera Los Balcanes แย้งว่าอาเจนติน่าอาจกลายเป็นหนึ่งในผู้ผลิตเอทานอลรายใหญ่ของโลก เนื่องจากการพยายามยุติการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลภายในปี 2573 นโยบายใหม่จะถูกนำมาใช้เพื่อส่งเสริมการลงทุน

อเมริกากลาง-เหนือ
          วันที่ 7 พฤษภาคม 2564 สหภาพแรงงานอ้อย STIASRM ในรัฐมอเรโลส ประเทศเม็กซิโกกล่าวว่า จนถึงขณะนี้มีการผลิตน้ำตาลในพื้นที่ 90,879 ตัน จากอ้อย 641,655 ตัน ยังคงต้องมีการบดอ้อยอีกประมาณ 100,000 ตันและคาดว่าจะสิ้นสุดฤดูกาลในวันที่ 20-25 พฤษภาคม เกษตรกรต้องเผชิญกับปัญหาผลผลิตอ้อยที่ไม่ดีและความล่าช้าของโรงงานน้ำตาล

ยุโรป
          วันที่ 7 พฤษภาคม 2564 UGC รายงานว่า รัสเซียนำเข้าน้ำตาลทรายขาวรวม 20,000 ตัน ในเมือง Novorossiysk และ Vladivostok การนำเข้าอาจเพื่อทดสอบเครือข่ายการจัดจำหน่ายและความเป็นไปได้ของการนำเข้าภายใต้โควต้า 350,000 ตัน ที่เพิ่งได้รับการอนุมัติ Sugar.ru กล่าวว่าการหว่านเมล็ดบีทในพื้นที่ Krasnodar ยังคงล่าช้าไปอีกกว่า 3 สัปดาห์ และฝนที่ตกมากขึ้นอาจหมายความว่าพื้นที่เพาะปลูกทั้งหมดอาจลดลงต่ำกว่า 191,000 แฮกแต ที่วางแผนไว้

          วันที่ 7 พฤษภาคม 2564 เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม ยูเครนนำเข้าน้ำตาลทรายดิบจำนวน 26,200 ตัน ในราคาเฉลี่ย 480 เหรียญสหรัฐฯ/ตัน ตามข้อมูลของศุลกากร จนถึงขณะนี้มีการออกใบอนุญาตสำหรับนำเข้าน้ำตาลทรายดิบไปแล้ว 170,000 ตัน จากโควต้าทั้งหมด 260,000 ตัน หัวหน้าโรงงาน Gnidavsky กล่าวว่า โรงงานจะเริ่มละลายน้ำตาลที่นำเข้าเป็นน้ำตาลทรายขาวในวันที่ 10 พฤษภาคม ซึ่งจะช่วยให้ราคาน้ำตาลในประเทศต่ำลง

          วันที่ 3 พฤษภาคม 2564 กระทรวงเกษตรของสหรัฐฯ USDA คาดการณ์ว่า ในปี 2564/2565 สหภาพยุโรปจะผลิตน้ำตาลได้ 15.8 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจาก 14.717 ล้านตัน ในปี 2563/2564 และตั้งเป้าความต้องไว้ที่ 16.75 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจาก 16.6 ล้านตัน ด้วยเหตุนี้สหภาพยุโรปคาดว่าจะส่งออกน้ำตาล 1 ล้านตัน และนำเข้า 2 ล้านตัน ซึ่งเป็นตังเลขที่สอดคล้องกับ 2563/2564

เอเชีย
          วันที่ 7 พฤษภาคม 2564 All India Sugar Trade Association รายงานว่า อินเดียจะสามารถเริ่มส่งออกน้ำตาลโดยไม่ต้องมีเงินอุดหนุนภายใต้ใบอนุญาตทั่วไป (OGL) หากราคาตลาดโลกสูงถึง 19 เซนต์/ปอนด์ ซึ่งภัยแล้งในบราซิลอาจส่งผลให้ราคาโลกสูงขึ้นต่อไป โรงงานน้ำตาลในอินเดียส่งออกน้ำตาลไปแล้ว 4 ล้านตัน โดยมีการลงนามสัญญาส่งออกไปแล้ว 5.4 ล้านตัน ในขณะเดียวกันหัวหน้ารัฐมนตรีในรัฐอุตรประเทศได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ในท้องถิ่นประสานงานกับโรงงานน้ำตาลเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการผลิตออกซิเจน

          วันที่ 7 พฤษภาคม 2564 เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ราคาน้ำตาลของอินเดียปรับตัวสูงขึ้นพร้อมกับความต้องการที่เพิ่มขึ้นตามฤดูกาล และราคาน่าจะยังคงอยู่ในระดับสูงต่อไปอีกระยะ เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของราคาตลาดโลกตามการวิเคราะห์ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในท้องถิ่น  เป็นผลให้ราคาหุ้นของกลุ่มน้ำตาลได้เพิ่มขึ้นในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา และเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม โรงงานน้ำตาลในรัฐมหาราษฏระได้ชำระค่าอ้อยไปแล้ว 92%

          วันที่ 7 พฤษภาคม 2564 เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง กล่าวว่า โรงงานน้ำตาลประมาณ 50-60 แห่ง ในรัฐมหาราษฏระเต็มใจที่จะผลิตออกซิเจนเพื่อช่วยในการรักษาเนื่องจากมีการเพิ่มจำนวนผู้ติดเชื้อโคโรนาไวรัสจำนวนมาก โรงงานบางแห่งต้องหยุดผลิตเอทานอลในขณะที่หลายโรงงานกำลังนำเข้าอุปกรณ์จากไต้หวัน วันที่ 6 พฤษภาคม มีเพียง 9 โรงงาน ในรัฐที่ยังดำเนินการหีบอ้อย ขณะที่ผลผลิตสูงถึง 10.597 ล้านตัน

          วันที่ 6 พฤษภาคม 2564 Datagro คาดการณ์ว่า ในปี 2564/2565 อินเดียจะผลิตน้ำตาลได้ 30 ล้านตัน จาก 31.2 ล้านตัน ในปี 2563/2564 การวิเคราะห์แยกต่างหากเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ว่า อินเดียไม่ได้เป็นผู้ผลิตน้ำตาลเป็นหลักอีกต่อไป โดยมีผลผลิตเฉลี่ย 30 ล้านตันขึ้นไป โรงงานน้ำตาลได้รับประโยชน์จากเอทานอลโดยมีกำไรอยู่ที่ 11.5% เมื่อรวมกับเงินอุดหนุนการส่งออกน้ำตาล

          วันที่ 6 พฤษภาคม 2564 ขณะนี้รัฐมหาราษฏระ ประเทศอินเดีย ผลิตน้ำตาลได้ 10.939 ล้านตัน โดยมีโรงงานเพียง 11 แห่ง จาก 190 แห่ง ที่ยังคงดำเนินการหีบอ้อยอยู่ ในรัฐอุตรประเทศมีโรงงาน 95 แห่งจาก 119 แห่ง ได้ปิดหีบไปแล้ว ขณะที่ผลผลิตน้ำตาลสูงถึง 10.6 ล้านตัน โรงงานในรัฐยังคงค้างชำระค่าอ้อยให้กับเกษตรกรเป็นเงิน 117,000 ล้านรูปี (1.6 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ) ทางโรงงานให้เหตุผลว่า ขณะนี้โรงงานกำลังเผชิญกับปัญหาความต้องการน้ำตาลที่ลดลงซึ่งเกิดจากการ Lockdown เนื่องจากการระบาดครั้งใหม่ของโคโรนาไวรัส

          วันที่ 5 พฤษภาคม 2564 หัวหน้า Sakthi Sugars คาดการณ์ว่าราคาอ้อยที่สูงขึ้นของอินเดีย จะทำให้อินเดียรักษาการเป็นผู้ส่งออกน้ำตาลในตลาดโลกได้ยาก จึงมีการเรียกร้องให้รัฐบาลของรัฐลดราคาอ้อยลง เพื่อให้น้ำตาลของอินเดียสามารถแข่งขันได้มากขึ้น ในรัฐปัญจาบชาวไร่อ้อยในหลายเขตประท้วงการจ่ายค่าอ้อยล่าช้า โรงงานน้ำตาลกล่าวว่า พวกเขายังคงรอการจ่ายเงินอุดหนุนการส่งออกจากรัฐบาล

          วันที่ 5 พฤษภาคม 2564 จนถึง ณ วันที่ 30 เมษายน รัฐอุตรประเทศ ประเทศอินเดีย ผลิตน้ำตาลได้ 10.562 ล้านตัน ลดลงจาก 11.652 ล้านตันในช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว โรงงานน้ำตาล 45 แห่ง ยังคงดำเนินการหีบอ้อยอยู่ ซึ่งลดลงจาก 75 แห่ง ในปีที่แล้ว ส่วนใหญ่คาดว่าจะปิดหีบภายใน 15 วันข้างหน้า เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกล่าวว่า รัฐได้มีการขอให้โรงงานทั้ง 120 แห่ง ผลิตออกซิเจนเกรดทางการแพทย์

          วันที่ 4 พฤษภาคม 2564 หัวหน้าสมาคมโรงงานน้ำตาลของอินเดีย ISMA คาดการณ์ว่า อินเดียจะได้รับประโยชน์จากราคาน้ำตาลในตลาดโลกที่สูงขึ้น จากการคาดการณ์การส่งออกที่ลดลงของบราซิลและไทย ขณะเดียวกันโรงงานน้ำตาลจะได้รับประโยชน์จากราคาเอทานอลที่ดีขึ้น ซึ่งจะช่วยเปลี่ยนปริมาณน้ำตาลเทียบเท่า 2 ล้านตัน  ความต้องการน้ำตาลในประเทศของอินเดียก็ดีมากเช่นกัน ณ สิ้นเดือนเมษายน อินเดียส่งออกน้ำตาล 3.5 ล้านตัน อีก 0.8-1.0 ล้านตัน ที่จะส่งออกในเดือนพฤษภาคม และขณะนี้อินเดียผลิตน้ำตาลได้ 29.92 ล้านตัน ISMA กล่าว

          วันที่ 3 พฤษภาคม 2564 Department of Food and Public Distribution (DFPD) ได้จัดสรรปริมาณการส่งออกสูงสุดของอินเดีย (MAEQ) ใหม่เมื่อวันที่ 30 เมษายน โดยเป็นการปรับเปลี่ยนตัวเลขระหว่างการส่งออกและโควต้าขายในประเทศของโรงงาน ส่งผลให้รัฐมหาราษฏระคาดว่าจะส่งออกน้ำตาลได้เกือบครึ่งหนึ่งของโควต้าการส่งออก 6 ล้านตัน ที่อนุญาต อย่างไรก็ตามสมาพันธ์โรงงานน้ำตาลแห่งชาติของอินเดียกล่าวว่า โรงงานน้ำตาลในรัฐมหาราษฏระยังคงขายน้ำตาลต่ำกว่าราคาขายขั้นต่ำที่รัฐกำหนด

          วันที่ 3 พฤษภาคม 2564 จนถึงวันที่ 2 พฤษภาคม รัฐมหาราษฏระของอินเดียผลิตน้ำตาลได้ 10.58 ล้านตัน ยังคงมีโรงงานน้ำตาล 17 แห่ง ที่ดำเนินการหีบอ้อย ในเขตกลหาปุระ และในเขตปูเน่ คิดเป็น 46% ของอ้อยที่เข้าหีบ และ 50% ของน้ำตาล ที่ผลิตในรัฐมหาราษฏระในฤดูกาลนี้

          วันที่ 7 พฤษภาคม 2564 มณฑลกวางสี ประเทศจีน ปิดหีบอ้อยแล้ว และผลิตน้ำตาลได้ 6.288 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 287,900 ตัน อย่างไรก็ยอดขายน้ำตาลในปีนี้ลดลง 554,100 ตัน อยู่ที่ 2.736 ล้านตัน ราคาเฉลี่ย 5,297 หยวน/ตัน (819.5 เหรียญสหรัฐฯ/ตัน) ลดลง 402 หยวน/ตัน (62.2 เหรียญสหรัฐฯ/ตัน) ในมณฑลยูนนาน ข้อมูล ณ วันที่ 30 เมษายน มณฑลผลิตน้ำตาลได้ 2.085 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 34.19% จากปีก่อน แม้ว่ายอดขายน้ำตาลจะลดลง 4.59%

          วันที่ 4 พฤษภาคม 2564 Honors Commodity Singapore บริษัท การค้าที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลหางโจวในประเทศจีน ส่งมอบน้ำตาลทรายดิบ 61,000 ตัน ในวันที่สัญญาซื้อขายเดือนพฤษภาคมของตลาดนิวยอร์ค สิ้นสุดลง แหล่งข่าวกล่าวว่า บริษัท พยายามหาน้ำตาลราคาถูกกว่า แต่สุดท้ายก็ต้องจ่ายมากขึ้นเนื่องจากการส่งมอบอยู่ที่ท่าเรือบราซิล 3 แห่งที่แตกต่างกัน และอีก 1 ท่าเรือที่มาจากนิการากัว

          วันที่ 6 พฤษภาคม 2564 สมาคมอ้อยและน้ำตาลของเวียดนามกล่าวว่า จนถึง ณ สิ้นเดือนมีนาคม โรงงานน้ำตาลในเวียดนามผลิตน้ำตาลได้ 612,000 ตัน จากที่คาดไว้ 700,000 ตัน นอกจากนี้ยังเสริมว่าได้นำน้ำตาลที่นำเข้าก่อนที่จะมีการใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดมาใช้เพื่อให้น้ำตาลไม่ขาดตลาด ขณะที่รัฐบาลได้วางแผนหารือเกี่ยวกับมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดในวันที่ 12 พฤษภาคมนี้

          วันที่ 3 พฤษภาคม 2564 Traders กล่าวว่า ปากีสถานตกลงที่จะซื้อน้ำตาลทรายขาว 50,000 ตัน จากการประมูลครั้งล่าสุดจาก Gemini ที่ราคา 447 เหรียญสหรัฐฯ/ตัน ในขณะเดียวกันรัฐปัญจาบมีการสั่งห้ามการทำสัญญาน้ำตาลล่วงหน้าเกิน 15 วัน และสั่งให้ตัวแทนจำหน่ายรับน้ำตาลที่ซื้อมาเพื่อเติมสต็อคในตลาด

          วันที่ 3 พฤษภาคม 2564 รัฐบาลชวาตะวันออก ประเทศอินโดนีเชียตรวจพบน้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์ 15,000 ตัน และน้ำตาลทรายขาว 22,000 ตัน ในโกดัง Traders กำลังกักตุนน้ำตาลเพื่อผลักดันราคา เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกล่าวเสริมว่าสิ่งนี้ทำให้เกิดปัญหาการขาดแคลนน้ำตาลในตลาด

วิจารณ์และความเห็น
          ตลาดได้มีการปรับขึ้นอย่างต่อเนื่องและขึ้นมาสูงมาก ส่งผลให้ตลาดมีความตึงตัวค่อนข้างมากและเกิดการปรับฐานลงอีกครั้ง ทั้งนี้เชื่อว่าราคาสูงสุดเดิมจะยังเป็นกรอบแนวต้านหลักในขณะนี้ จำเป็นต้องมีปัจจัยบวกเข้ามาช่วยเพื่อให้ราคาสามารถทะลุแนวต้านราคาสูงสุดไปได้ ไม่เช่นนั้นราคาก็คงจะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบนี้ไปก่อน

          สำหรับสถานะของกลุ่มกองทุนและนักเก็งกำไรต่าง ๆ ณ วันที่ 4 พฤษภาคม 2564 ปรากฎว่าได้ถือตั๋วซื้อน้ำตาลสุทธิ (Net Long) จำนวน 241,715 ล็อต หรือประมาณ 12.28 ล้านตัน ลดลง 8,410 ล็อต ประมาณ 427,228 ตัน หรือ 3.36% เมื่อเทียบกับที่ถือตั๋วซื้อน้ำตาลสุทธิ (Net Long) 250,125 ล็อต หรือประมาณ 12.71 ล้านตัน ในสัปดาห์ก่อนหน้านั้น (27 เมษายน 2564) และเทียบกับที่ถือตั๋วซื้อน้ำตาลสุทธิ (Net Long) มากสุดเป็นประวัติการณ์ 348,218 ล็อต หรือประมาณ 17.69 ล้านตัน (27 กันยายน 2559)

ฝ่ายตลาด
บริษัท อ้อยและน้ำตาลไทย จำกัด
10 พฤษภาคม 2564

สร้างโดย : damrong วันที่สร้าง : 11/05/2564
กลับไปยังหน้าหลัก